วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2552

มาริโอ

ช๊อบชอบ

เป็นไข้อีกแย้ว




วิธีคลายร้อนให้บ้าน




ช่วงในฤดูร้อนไม่ว่าที่ไหนก็ร้อนไปหมด หลายคนออกไปเที่ยวทะเลคลายร้อน แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่อยากไปไหน อยากอยู่บ้านกับครอบครัวมากกว่า แต่ด้วยอากาศที่ร้อนจึงทำให้บ้านร้อนไปด้วย แม้ว่าเราจะจัดวางบ้านเพื่อรับลมแล้วก็ตาม แต่บ้านก็อาจจะยังไม่เย็นเท่าที่ควร เราจึงมีวิธีช่วยให้บ้านเย็นสบายมากขึ้นมานำเสนอกันค่ะ

1. กางร่มธรรมชาติให้บ้าน
หากเราปลูกต้นไม้ที่สามารถให้ร่มเงาแก่บ้านได้ก็เหมือนกับเรากางร่มให้กับบ้านนั่นเอง โดยเราปลูกทางทิศใต้และทิศตะวันตกจะช่วยบังแดดได้ดี
การเลือกต้นไม้ ควรเลือกที่มีทรงพุ่มแผ่กว้างและไม่ผลัดใบ รากหรือกิ่งของต้นไม้เหล่านั้น ไม่ไปรบกวนบ้านตลอดจนโครงสร้างของบ้าน ต้นไม้สามารถช่วยลดความร้อนให้กับบ้านได้ตลอดทั้งวันด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสง ต้นไม้จะดูดน้ำใต้ดินแล้วระเหยเป็นไอเย็นทำให้อากาศโดยรอบเย็นลง

2. ทำพื้นดินให้เย็น
การทำให้สภาพแวดล้อมเย็นได้ ต้องทำให้อุณหภูมิที่ผิวดินเย็นลงเสียก่อน และเมื่อลมพัดผ่านลมที่ได้ก็จะเย็น ดังนั้น การปลูกหญ้าหรือพืชคลุมดินรอบบ้านจึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้ผิวดินเย็นลง เพราะพืชคลุมดินจะดูดซับน้ำใต้ดินขึ้นมาแล้วระเหยออกมาทางใบ ทำให้อุณหภูมิที่ผิวดินเย็นลงและส่งความเย็นต่อเนื่องไปยังพื้นที่รอบ ๆ ตัวบ้าน วัสดุปูผิวดินก็สำคัญ ควรเลือกวัสดุที่ไม่อมความร้อนหรือเป็นวัสดุที่สามารถนำน้ำจากใต้ดินมาระเหยเป็นไอได้ดี เช่น บล็อกสนาม(ที่หญ้าสามารถขึ้นได้)

3. ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ
การมีบ่อน้ำ สระน้ำ สามารถช่วยสร้างความเย็นได้เพราะลมพัดผ่านน้ำ ทำให้เกิดความเย็นตามธรรมชาติ เมื่อลมนั้นพัดผ่านมาถึงบ้านก็จะทำให้บ้านเย็นไปด้วย

4. ติดกันสาดให้บ้าน
บ้านที่ปล่อยให้แดดจัดๆส่องเข้าบ้านตรงๆเต็มๆ ความร้อนจะสะสมในบ้าน ทำให้พัดลมและเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนัก กันสาดจึงเป็นเครื่องมือที่ดีช่วยบังแดดไม่ให้ส่องผ่านเข้ามาในบ้านได้ แต่ไม่ควรติดมากเพราะจะทำให้บ้านมืด ควรติดกันสาดทางทิศตะวันตกและทิศใต้เช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้

5. ติดฉนวนให้บ้าน
ฉนวนกันความร้อนคือ วัสดุที่สามารถสกัดกั้นความร้อนไม่ให้ผ่านเข้ามาในบ้าน ในปัจจุบันฉนวนมีความจำเป็นมากขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศร้อนขึ้น โดยควรติดในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศหรือติดเฉพาะฝ้าเพดานกับผนังห้องด้านที่รับแดดมาก

หากทำครบทุกข้อดังข้างต้น แม้ว่าอากาศจะร้อนก็ตามทีแต่ลมที่พัดเข้ามาในบ้านยังเย็นอยู่ทำให้บ้านเย็นสบายและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น และก็ยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ทำกิจกรรมในครอบครัวอีกด้วย ลองนำไปใช้กันดูนะคะ

แก้ปัญหา 5 เรื่องน่าเบื่อ ในห้องน้ำ


แก้ปัญหา 5 เรื่องน่าเบื่อ ในห้องน้ำ
ห้องน้ำเป็นห้องที่สำคัญห้องหนึ่งของบ้าน และมักมีปัญหามากที่สุด เพราะมีเรื่องของงานระบบเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย บ้านและสวนจึงรวบรวมปัญหาน่าเบื่อที่พบบ่อยๆ พร้อมวิธีแก้ไข เพื่อให้คุณได้มีความสุขกับการใช้ห้องน้ำให้สมกับเป็น “ห้องสุขา” ของทุกคนในบ้าน

1.สุขภัณฑ์ ไม่สะดวกต่อการใช้งาน
ปัญหาที่พบ เช่น การวางสุขภัณฑ์ผิดตำแหน่งทำให้ใช้งานไม่สะดวก พื้นที่ใช้งานคับแคบ ในส่วนนี้ ควรคำนึงถึงการจัดแปลนที่ถูกต้องและการเตรียมขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมกับการติดตั้งสุขภัณฑ์แต่ละชนิด ซึ่งควรเริ่มทำตั้งแต่การออกแบบ หากวางผังหรือกำหนดพื้นที่ติดตั้งสุขภัณฑ์ไม่เหมาะสม การแก้ปัญหาในภายหลังก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะต้องรื้อระบบท่อต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหากต้องมีการสกัดเจาะ

2.โถสุขภัณฑ์ชำระล้างไม่ลง
มีหลายสาเหตุด้วยกัน อาทิ
ระดับน้ำในถังพักต่ำกว่าระดับมาตรฐาน การแก้ไขให้ปรับแต่งลูกลอยตามคำแนะนำของอุปกรณ์รุ่นนั้นๆ หรือ ปรับระดับน้ำให้สูงประมาณหนึ่งนิ้วจากขอบบนท่อน้ำล้น

การอุดตันที่คอห่านและช่องระบาย เมื่อเริ่มระบายได้ช้าลงหรือระบายไม่ได้ต้องรีบจัดการทันที สำหรับกรณีที่ปริมาณสิ่งปฏิกูลในบ่อเกรอะมีมากเกินไป หรือที่เราเรียกว่า “ส้วมเต็ม” ให้ติดต่อหน่วยบริการเพื่อมาสูบถ่ายสิ่งปฏิกูลออกไป ส่วนกรณีที่เกิดการอุดตันชั่วคราวอันเนื่องมาจากการใส่วัสดุที่ไม่พึงประสงค์ลงไป ให้ใช้ถ้วยยางอัดลมหรือสว่านไชคอห่านจัดการได้

ไม่ได้ติดตั้งท่อระบายอากาศ หรือท่อระบายอากาศมีขนาดเล็กเกินไป ให้ตรวจสอบและติดตั้งตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยปกติท่อระบายอากาศควรมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1.5 นิ้ว และแยกออกจากท่อน้ำทิ้งของโถสุขภัณฑ์โดยตรง

3.กลิ่นไม่พึงประสงค์
ปัญหานี้มักเกิดจากความเปียกชื้นซึ่งไม่สามารถระบายออกได้หรือระบายไม่ทัน และการที่แสงแดดส่องถึงได้ยาก โดยเฉพาะห้องน้ำที่อยู่ใต้บันไดของตึกแถวหรือทาวน์เฮาส์ซึ่งเป็นห้องติดกัน วิธีแก้ปัญหา ให้เจาะช่องระบายอากาศหรือทำช่องแสง เพื่อให้ห้องสว่างขึ้น (อาจติดตั้งกลาสบล็อกหรือ ติดบานกระจกฝ้าก็ได้) และทำประตูห้องน้ำเป็นบานเกล็ดตลอดแนว เพื่อให้ลมผ่านเข้าสู่ห้องน้ำได้สะดวก

ที่สำคัญควรติดตั้งพัดลมระบายอากาศ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ห้องไม่มีกลิ่นอับแล้ว ยังช่วยให้กลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ หลังการใช้ห้องน้ำหายไปอีกด้วย นอกจากนี้กลิ่นที่เกิดจากระดับน้ำที่คอโถ สุขภัณฑ์ท่วมไม่พอ เป็นสาเหตุให้กลิ่นย้อนขึ้นมา ให้ตรวจที่ระดับลูกลอยในโถเก็บน้ำ อาจมีปัญหาทำให้น้ำไม่พอตามปริมาณที่กำหนด หรือปัญหาวาล์วปล่อยน้ำเข้าโถชำรุด ทำให้น้ำไหลเข้าไม่พอก็เป็นได้

4.ท่อระบายน้ำทิ้งอุดตันการอุดตันของท่อระบายน้ำเสีย ไม่ว่าจะเป็น น้ำทิ้งจากอ่างล้างหน้า อ่างล้างจาน โถสุขภัณฑ์ เราสามารถแก้ไขได้หลายวิธี อาทิ การทำความสะอาดด้วยการถอดท่อดักกลิ่น การใช้ถ้วยยางอัดลม สว่านไชคอห่านหรือ “งูเหล็ก” รวมถึงการใช้สารเคมีกำจัดสิ่งอุดตันให้หลุดออกไป แต่พึงระลึกไว้เสมอว่า สารกำจัดสิ่งอุดตันโดยเฉพาะเกล็ดโซดาไฟ มีฤทธิ์ค่อนข้างรุนแรง อาจจะกัดท่อจนได้รับความเสียหาย แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ (เนื่องจาก ใช้วิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล) ก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

5.น้ำรั่วน้ำซึม
ในที่นี้จะกล่าวถึงการรั่วซึมของงานระบบท่อ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ดังนี้
ระบบน้ำดี หรือน้ำประปาที่เรานำมาใช้ ส่วนนี้มักไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องท่อตัน เนื่องจากมีแรงดันท่อทำให้น้ำไหลออกมาเมื่อเปิดใช้ แต่ปัญหาที่พบบ่อยๆ คือการรั่วซึมตามรอยต่อต่างๆ เมื่อกาวต่อท่อพีวีซีเสื่อมสภาพ

ระบบน้ำทิ้ง คือท่อระบายน้ำ ที่ใช้แล้ว ซึ่งมักมีเศษสิ่งปฏิกูลต่างๆ เช่น คราบสบู่ เส้นผม กระดาษชำระ ฝุ่นผง รวมทั้งเศษตะกอนต่างๆ ที่มากับน้ำ วิธีสังเกตง่ายๆ เมื่อเกิดการอุดตันคือ เมื่อใช้งาน น้ำจะระบายออกได้ช้า ควรแก้ไข ด้วยการถอดข้อต่อท่อออกมาทำความสะอาดและหมั่นดูแลรักษาบ่อยๆ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก เช่น การใช้ท่อระบายน้ำที่มีขนาดไม่ได้มาตรฐาน

โดยทั่วไปท่อน้ำทิ้งควรมีขนาดไม่ต่ำกว่า 2.5 นิ้ว ท่อโสโครกควรใช้ขนาด 4 นิ้ว ควรเดินท่อให้ลาดเอียงตามมาตรฐานที่กำหนดเป็นอย่างน้อย ยิ่งลาดเอียงได้มาก การอุดตันจะยิ่งน้อยลง และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ ต้องมีช่วงต่อหักงอให้น้อยที่สุดใน จุดที่อาจเกิดการรั่วซึม

5 ไอเดีย " เพิ่มสุข ปลดทุกข ์ "



5 ไอเดีย " เพิ่มสุข ปลดทุกข ์ "

อึดอัดบ้างมั้ยครับ เวลาที่ต้องอยู่ในห้องน้ำนานๆ ??ทั้งที่จุดประสงค์ที่เข้ามาก็เพื่อต้องการจะ ”ปลดทุกข์” แท้ๆไฉนยังต้องทนกับความรู้สึกอึดอัดเพียงนี้

เชื่อว่าคงมีหลายๆคนเวลาที่เข้าห้องน้ำ อาจจะเคยรู้สึกบ้างหรือรู้สึกเป็นประจำกับข้อความอย่างบรรทัดข้างบนที่ว่าไว้ วันนี้เลยอยากจะขอเอาใจคุณๆที่กำลังคิดจะปรับปรุงหรือตกแต่งที่“ปลดทุกข์” ในเคหะสถานส่วนตัว ให้หายอึดอัดกันเสียที

โดยเฉพาะคุณๆที่อาศัยอยู่คอนโดมิเนียม Size “S” และ Size “M”ทั้งหลาย เราลองมาดูไอเดียที่ว่านี้กันครับ

1. การเลือกใช้ “ผิว” ของวัสดุสำหรับ “พื้นและผนัง”นอกจากเราจะเลือกจากปัจจัยพื้นฐานในเรื่องของ รสนิยมและงบประมาณแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงต่อไปที่เราควรจะเลือกใช้ ให้เลือกชนิดที่มีผิวเคลือบมันวาว ทั้งผนังและพื้น(ส่วนแห้ง) นอกจากจะทำความสะอาดง่ายแล้วยังช่วยให้เกิดการสะท้อนของแสงสว่างได้ดีอีกด้วย

2. ”สี” ของ “วัสดุและสุขภัณฑ์” ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะเลือกใช้โทนสีทีแตกต่างและตัดกันอย่างรุนแรง(ห้องน้ำครับ..ไม่ใช่แท็กซี่มิเตอร์ !!) เลือกโทนสีสว่างเหมือนกัน ดูแล้วกลมกลืนเป็นเรื่องเดียวกันยิ่งดี สีขาว สีครีม สะอาดตาไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดแน่ๆ ที่สำคัญอย่าให้โดดหรือเด่นออกมาแข่งกันเป็นใช้ได้

3. ”ลวดลาย” ของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็น หิน กระเบื้องเซรามิค กระเบื้องแก้วโมเสค ไม่ควรมีลวดลาย ประเภทที่มีลายดอก ลูกชมพู่ หรือว่าลูกแตงโม เก็บไว้ที่อื่นจะดีกว่า

4. หา “กระจกเงา” บานใหญ่ๆมาช่วยก็จะดีครับ เอาให้ใหญ่กว่าปกติหน่อยเช่น ตรงอ่างล้างหน้า หรือจะกรุเป็นหน้าบานสำหรับตู้เก็บของในห้องน้ำ

5. เลือกใช้ “สุขภัณฑ์ชนิดเข้ามุม” หากจำเป็นกับพื้นที่ใช้งานไม่เพียงพอจริงๆอาจจะไมค่อยสะดวกบ้างกับการใช้งาน แต่ถ้าเลือกใช้บ้างชิ้นรวมเข้าไปด้วยก็จะช่วยให้โล่งกว่าเดิมขึ้นมาได้อีก เช่น โถปัสสาวะชาย ใช้แบบเข้ามุมก็จะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวดีเหมือนกันครับ

น่าจะพอช่วย “เพิ่มสุข” ในระหว่าง “ปลดทุกข์” กันได้บ้างละนะสำหรับทั้ง 5 ไอเดียที่ว่า .. ลองดูนะครับ

สร้างสมดุลให้บ้าน ด้วยหลักฮวงจุ้ย


สร้างสมดุลให้บ้าน ด้วยหลักฮวงจุ้ย

ทุกอย่างในบ้านหรือที่ทำงานของคุณมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของพลังงาน ถ้าใช้อย่างเหมาะสม ฮวงจุ้ยเป็นเครื่องมือในการสร้างสมดุลที่สามารถช่วยคุณประสบความสำเร็จได้
สี
เฉดสีที่แตกต่างกันให้ได้ทั้งความสดใส คึกคัก หรืออ่อนโรย ทุกสีมีพลังของมันเอง และเป้าหมายที่เหมาะสมในการใช้งาน

สีแดง
เป็นสีที่เข้มข้นและสื่อถึงไฟ เหมาะสำหรับห้องอาหาร เพราะมันทำให้คนใช้และแขกมาเยือน รู้สึกมีพลังวังชาและตื่นเต้น ถ้าคุณต้องการอะไรที่ตื่นเต้นน้อยกว่า เลือกเฉดสีที่อ่อนลงอย่างเช่นสีชมพู

สีส้ม
เป็นสีแห่งความสุขที่ให้ความสดชื่นและมีชีวิตชีวา เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับครัวและห้องเด็นเล่น สีส้มในเฉดที่อ่อนลงอาจใช้ในห้องสำหรับครอบครัว ถ้าคุณต้องการความสนุกสนานและผ่อนคลาย

สีเหลือง
ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความมีชีวิตชีวา ดีสำหรับห้องครัวและห้องทำงาน

สีเขียว
เป็นสีที่ช่วยเยียวยาและทำให้รู้สึกสงบเหมาะอย่างมากกับลิฟวิ่งรูมและห้องนอน

สีฟ้า
ส่งเสริมการผ่อนคลายทางจิตใจ เหมาะอย่างมากในห้องที่คุณต้องการให้ผู้ใช้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย และเหมาะสมอย่างมากสำหรับใช้ในห้องที่มีคนป่วย
สีม่วงเป็นสีที่สัมพันธ์กับความมั่งคั่งร่ำรวยและการเปลี่ยนแปลง เหมาะอย่างมากสำหรับห้องพระ

แสง
แหล่งที่ดีที่สุดของแสงที่ใช้ในบ้านคือแสงธรรมชาติ แสงสามารถเพิ่มความคึกคัก หรือทำให้สงบลงก็ได้และการจัดตำแหน่งแสงอย่างระมัดระวังสามารถช่วยคุณเปลี่ยนอารมณ์ของห้องได้ด้วย แสงที่สว่างสดใสเพิ่มการเคลื่อนไหวและกิจกรรมในห้อง และสื่อถึงพลังหยาง เพื่อทำให้บริเวณนั้นสงบลงนำเอาพลังหยินเข้าไปในห้องด้วยการใช้แสงที่นุ่มนวลและสว่างน้อยลง วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมแสงก็คือการติดตั้งดิมเมอร์

กลิ่น
กลิ่นหอมทรงพลังและนำเข้ามาใช้ในบ้านได้ง่ายมากด้วยน้ำมันหอมระเหย เทียนหอม และธูปหอม กลิ่นมะนาวสามารถทำให้บ้านของคุณรู้สึกสว่างไสวและโปร่งสบาย กลิ่นลาเวนเดอร์สามารถช่วยให้คุณผ่อนคลายและเกิดความกลมกลืน